วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2557

การเข้าเรียนครั้งที่ 9

วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2556  เวลา 11.30น.-14.00น.

**** ไม่มีการเรียน การสอน เพราะว่าอยู่ในช่วงวันหยุดปีใหม่


การเข้าเรียนครั้งที่ 8

วันอังคารที่  24 ธันวาคม 2556 เวลา 11.30น. - 14.00น.

*****ไม่มีการเรียน การสอนเพราะอยู่ในช่วงกลางภาค


การเข้าเรียนครั้งที่ 7

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2556 เวลา 11.30น. - 14.00น.

***** ไม่มีการเรียนการสอนกีฬาสี เทา- เหลือง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม



การเข้าเรียนคั้งที่ 6

วันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2556 เวลา 11.30น. - 14.00น.

****ไม่มีการเรียน การสอน วันหยุดวันรัฐธรรมนูญ


การเข้าเรียนครั้ง ที่5
วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2556 เวลา 11.30น. - 14.00น.

การเรียนการสอน

ในวันนี้ที่ห้องเรียนของเรา ที่เคยเรียนเป็นปกตินั้น อุปกรณ์ไม่มีความพร้อม อาจารย์เลยไม่สามารถสอนได้ ก็ต้องไปหากิจกรรมอย่างอื่นทำเเทน ใครที่ค้างงานอะไรก็ให้ไปเคลียให้เรียบร้อย เเละในวิชาต่อไปคือ เรียนวิชาการจัดประสบการศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย

การจัดประสบการณ์ทางศิลปะสำหรับเด็ก



ถ้าเราเห็นว่ากิจกรรมทางศิลปะมีประโยชน์สำหรับเด็ก แล้วเราควรจะจัดกิจกรรมให้กับพวกเขาอย่างไรดีล่ะ
ดังที่พอทราบกันว่ากิจกรรมทางศิลปะมีประโยชน์ในการช่วยพัฒนาเด็กในหลายๆ ด้าน การจัดประสบการณ์ทางศิลปะให้กับเด็กจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออกทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน การประกอบกิจกรรมทางศิลปะสำหรับเด็กอาจไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน อาจใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและทำการบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือเป็นกิจกรรมร่วมกันระหว่างเด็กและผู้ปกครองในวันเสาร์อาทิตย์ เมื่อเด็กมีความสนใจที่จะแสดงออกผู้ปกครองไม่ควรขัดขวาง เช่น เด็กเล็กๆ เมื่อจับดินสอได้มักจะขีดเขียนไปทั่ว พื้นบ้าน ฝาผนัง ฯลฯ ผู้ปกครองบางคนที่ไม่เข้าใจอาจดุด่าว่าเด็กทำให้เด็กกลัว คิดว่าสิ่งที่ตนทำนั้นผิด ทางที่ดีควรหาอุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่น กระดาษ กระดาน สีเทียน ฯลฯ เพื่อให้เด็กได้มีพื้นที่ในการแสดงออกอย่างอิสระ

วิธีการจัดประสบการณ์ศิลปะสำหรับเด็ก ควรมุ่งเน้นในการจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสสำรวจ ทดลอง ค้นคว้าจากวัสดุนานาชนิด ด้วยวิธีการเรียนแบบแก้ปัญหา แทนการกระทำตามตัวอย่างและการเลียนแบบ เลิศ อานันทะ ได้เสนอวิธีการสอนศิลปะโดยการเปรียบเทียบการสอนแนวเก่ากับแนวใหม่ ดังนี้


ประเภทของกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็ก


พีรพงศ์ กุลพิศาลได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับประเภทของกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กว่าเป็นกิจกรรมที่ใช้ความรู้สึกประกอบกับวัสดุและเทคนิควิธีต่างๆ เพื่อผลิตเป็นผลงานออกมา ดังนั้นการจัดประเภทของกิจกรรมทางศิลปะควรแบ่งตามลักษณะของผลงานที่ให้เด็กสร้างสรรค์เป็นหลักได้แก่
1. กิจกรรมศิลปะสองมิติ หมายถึง กิจกรรมทางศิลปะที่มุ่งให้เด็กสร้างสรรค์ภาพบนระนาบวัสดุที่แบนๆ เช่น กระจก กระดาษ ผ้า ผนังปูน ผืนทราย ฯลฯ โดยใช้วิธีการวาดเส้น ระบายสี พิมพ์หรือกดประทับให้เป็นสี ปะติดด้วยกระดาษสี เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมประเภทนี้ได้แก่ การวาดภาพด้วยนิ้วมือหรือมือ การพิมพ์ภาพด้วยเศษวัสดุต่างๆ การวาดภาพด้วยดินสอสี สีเทียน สีโปสเตอร์ เป็นต้น ผลงานศิลปะประเภทนี้ดูแล้วแบนราบมีเฉพาะมิติของความกว้าง - ยาว
2. กิจกรรมศิลปะสามมิติ หมายถึง กิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เด็กสร้างสรรค์ภาพให้มีลักษณะลอยตัว นูน หรือเว้าลงไปในพื้นโดยใช้วัสดุและเทคนิควิธีต่างๆ ที่เหมาะสมกับวัสดุนั้นๆ เช่น การปั้นทราย ดินเหนียว ดินน้ำมัน กระดาษ แป้ง ฯลฯ โดยประกอบวัสดุต่างๆ เข้าด้วยกัน ขั้นตอนการทำงานในการจัดกิจกรรมประเภทนี้ไม่ควรมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ต้องสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ง่ายและไม่เป็นอันตราย โดยวัสดุที่นำมาประกอบนั้นควรเป็นวัสดุประเภทกล่องกระดาษ เมล็ดพืช ลูกปัด เศษไม้ ใบไม้ สามารถใช้กาวติดได้ง่าย เป็นต้น
3. กิจกรรมศิลปะผสมผสานสองมิติ สามมิติ หมายถึง กิจกรรมที่ให้เด็กได้สร้างสรรค์ภาพโดยใช้วัสดุและเทคนิควิธีทางศิลปะทั้งสองมิติและสามมิติรวมกัน เช่น ใช้สีโปสเตอร์ระบายรูปปั้น ดินเหนียวหรือแป้งที่แห้งแล้ว หรือระบายสีตกแต่งกล่อง
การจัดประสบการณ์ทางศิลปะให้กับเด็กปฐมวัย
การจัดกิจกรรมทางศิลปะให้กับเด็กปฐมวัย ควรตั้งจุดประสงค์ในการเรียนรู้ให้กับเด็กโดยให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก จากนั้นจึงเป็นการกำหนดเนื้อหาและวางแผนกิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาทักษะเด็กในด้านต่างๆ แม้ว่าจะมีการเตรียมการในขั้นตอนนี้อย่างดี แต่เด็กก็ยังเป็นเด็กที่มักมีนิสัยซุกซนอยากรู้อยากเห็นสิ่งรอบตัว การสร้างแรงจูงใจให้อยากเข้าร่วมกิจกรรมจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เช่น อาจเป็นการเล่านิทานให้ฟัง ฉายภาพยนตร์ให้ดู เปิดเพลงให้ฟัง พาไปดูของจริง การให้เด็กได้ใช้อุปกรณ์ใหม่ๆ ฯลฯ ล้วนเป็นวิธีการที่เราต้องนำมาใช้ทั้งสิ้น สิ่งเร้าหรือสื่อต่างๆ นี้มีส่วนช่วยให้เด็กได้พัฒนาทางด้านความคิดรวบยอดในแต่ละเรื่องเพื่อนำไปควบคุมเส้นที่ขีดเขี่ยออก บางเรื่องจำเป็นต้องให้ประสบการณ์ตรงกับเด็กเพื่อสร้างความเข้าใจโดยไม่ต้องมีคำอธิบายมากมาย เช่น เรื่องของสุนัข กระต่าย แมลง ยานพาหนะ ฯลฯ การให้เด็กได้เห็นของจริงและเปิดโอกาสให้เด็กพินิจพิเคราะห์อย่าละเอียดถี่ถ้วน สัมผัสสิ่งนั้นด้วยมือ ฟังเสียงจริงๆ ดมกลิ่นจริง ประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยพัฒนาความคิดรวบยอดของเด็กที่มีต่อสิ่งต่างๆ ได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น แต่ ต้องคำนึงว่าเด็กเล็กในวัยนี้จะเรียนรู้ได้มากจากสิ่งของทีละอย่างซึ่งแตก ต่างจากเด็กโตหรือผู้ใหญ่ที่สามารถรวบรวมความคิดจากสิ่งของหลายๆ สิ่งได้ในเวลาเดียวกัน ถ้ามีสิ่งที่ต้องเรียนรู้มากมายในเวลาเดียว เด็กจะเกิดความท้อใจ สับสน
ในกรณีที่เด็กไม่รู้จะวาดรูปอะไรดี ผู้สอนต้องทำหน้าที่เป็นตัวเร้า วิธีที่นิยมใช้คือการแนะนำหัวข้อให้วาด เช่น สุนัขของฉัน, ครูของฉัน, บ้านของฉัน, คุณแม่ทำอาหาร, พระจันทร์เต็มดวง, รถของคุณพ่อ, ของเล่นของฉัน, เพื่อนที่โรงเรียน, พระจันทร์เต็มดวง, ปลาในตู้กระจก ฯลฯ
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สร้างงานศิลปะก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เมื่อเด็กได้เห็นวัสดุอุปกรณ์ที่แตกต่างออกไป ทำให้เขาอยากหยิบจับขึ้นสัมผัส ทดลองใช้และเริ่มคิดหัวข้อในการสร้างงานศิลปะ
การเตรียมห้องเรียนศิลปะก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ห้องเรียนที่ดีควรมีโต๊ะเก้าอี้ที่ได้สัดส่วนเหมาะสมกับขนาดร่างกายของเด็กและสามารถเคลื่อนย้ายได้ตลอด เนื่องจากบางกิจกรรมอาจจำเป็นต้องใช้โต๊ะมาต่อกันเพื่อให้ได้พื้นที่กว้างหรืออาจเป็นการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน จำนวนของโต๊ะเก้าอี้ควรเพียงพอกับจำนวนเด็ก โต๊ะที่ใช้ปฏิบัติงานควรลบมุมให้เรียบร้อย พื้นโต๊ะควรทำจากวัสดุคงทน เช่น โฟไมก้า หรือแผ่นโลหะเพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด ในห้องเรียนควรมีตู้เก็บอุปกรณ์หรือสื่อการสอนศิลปะโดยเฉพาะ มีที่ตากผลงานเมื่อยังไม่แห้ง และที่ติดตั้งแสดงผลงานที่ควรได้รับการชื่นชม อ่างล้างมือสำหรับทำความสะอาด สบู่ ผ้าเช็ดมือ ถังขยะ ฯลฯ กระดานไม้ขนาดเล็กสำหรับเด็กรองเขียนหรือเป็นฐานของงานปั้น สุดท้ายคือผ้าคลุมกันเปื้อน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ ต้องพะวงกับการรักษาความสะอาดจนขาดสมาธิในการทำงาน
เอกสารอ้างอิง
ชัยณรงค์  เจริญพานิชย์กุล. กิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กอนุบาล. กรุงเทพฯ : แปลนพับลิชชิ่ง, 2532.
พีรพงศ์  กุลพิศาล. สมองลูกพัฒนาได้ด้วยศิลปะ . กรุงเทพฯ : เคล็ดไทย, 2545.
เลิศ  อานันทะ, "แนวคิดใหม่เกี่ยวกับศิลปะเด็ก,"การแสดงศิลปะเด็กแห่งประเทศไทยครั้งที่ 3พ.ศ.2525 . กรุงเทพฯ : ไม่ปรากฏที่พิมพ์, 2525.
วิรุณ  ตั้งเจริญ. ศิลปศึกษา . กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2539.
การเข้าเรียนครั้ง ที่ 4

วันอังคาร ที่ 26 พฤศจิกายน 2556 เวลาเรียน 11.30น.-14.00น.

การเรียนการสอน
 - อาจารย์ให้ดูเพาเวอร์พอย พร้อมกับการอธิบายไปด้วยเเละอาจารยืก็ยกตัวอย่างCase ต่างๆที่อาจารย์เคยเห็นมา มาเล่าให้เราฟัง ทำให้เรามีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเเละวันนี้เราจะเรียน ประเภทของเด็กที่มีความต้องการอีก 3 ประเภท

 1. เด็กสมาธิสั้น ADHD   เด็กซุกซนไม่อยู่นิ่ง ซนมากผิดปกติ เคลื่อนไหวอยู่ตลอด เด็กบางคนมีปัญหาเรื่องสมาธิบกพร่อง อาการหุนหันพลันเเล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ เด็กพวกนี้เรียกว่า Attention Deficit Disorders หรือ ADD
ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมเเละอารมณ์
- อุจจาระ ปัสสาวะรดที่นอน
- ติดขวดนม ตุ๊กตา ดูดนิ้ว กัดเล็บ
- หงอยเหงา เศร้าซึม หนีสังคม
- เรียกร้องความสนใจ
- อารมณ์หวั่นไหวต่อสิ่งเร้า
- ขี้อิจแา ริษยา ก้าวร้าว
- ฝันกลางวัน
-เ พ้อเจ้อ

2 เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้
- เรียกย่อๆว่า LD ( Learning Disability)
- มีปัญหาทางการเรียนรู้เแพาะอย่าง
- มีปัญหาทางการพูด การเขียน
- ไม่รวมกับเด็กที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยทางการเรียน เด้กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการหรือความบกพร่องทางร่างกาย
ลักษณะของเด็กLDที่พอสังเกตได้
- มีปัญหาทางคณิตศาสตร์
- ปฏิบัติตามคำสั่งไม่ได้
- เล่าเรื่องลำดับเหตุการณ์ไม่ได้
- มีปัญหาทางด้านการอ่าน การเขียน
- ซุ่มซ่าม
- รับลูกบอลไม่ได้
- ติดกระดุมไม่ได้
- เอาเเต่ใจ
3. เด็กออทิสติก
- เด็กที่มีความบกพร่องอย่างรุนเเรงในการสื่่อความหมาย พฤติกรรมทางสังคมเเละความสามารถทางสติปัญญาในการรับรู้
- เด็กเเต่ละคนมีเอกลักษณืเป้นของตนเอง
- ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต
- ทักษะทางภาษาต่ำ
- ทักษะทางสังคมต่ำ
- ทักษะการเคลื่อนไหวต่ำ
- ทักษะทางรูปทรง ขนาดต่ำ
ลักษณะของเด็กออทิสติก
- อยู่ในโลกของตนเอง
- ไม่เข้าไปหาใคร ไม่ต้องการให้ใครมาปลอบใจ
- ไม่เข้าไปเล่นในกลุ่มเพื่อน
- ไม่ยอมพูด
- เคลื่อนไหวเเบบช้าๆ
- ยึดติดวัตถุ
- ต่อต้านหรือเเสดงกิริยาอารมณ์รุนเเรงไร้เหตุผล
- มีทีท่าเหมือนคนหูหนวก
- ใช้วิธีการสัมผัสเเละเรียนรู้สิ่งต่างๆด้วยวิธีการที่เเตกต่างไปจากคนอื่น

3. เด็กพิการซ้อน
- บกพร่อง 2 อย่างขึ้นไป เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดข้องการเรียนรู้อย่างมาก
- เด็กปัญญาอ่อนที่สูญเสียการได้ยิน
- เด็กปัญญาอ่อนที่ตาบอด
- เด็กหูหนวกตาบอด



วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การเข้าเรียนครั้งที่ 3 
วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2556 เวลา8.30-14.00 น.

การเรียนการสอน

เด็กที่มีความบกพร่องทางร่ายกายและสุขภาพ Children with Physical and Health.
-เด็กที่มีอวัยวะไม่สมส่วน
-เด็กที่มีอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งหายไป
-เด็กที่มีปัญหาทางระบบประสาท
-เด็กที่มีความลำบากในการเคลื่อนไหว
จำแนกได้เป็น
1.อาการบกพร่องทางร่างกาย(ซีพี Cerebral Palsy)
การเป็นอัมพาตเนื่องจากระบบประสาทสมองพิการ หรือเป็นผลมาจากสมองที่กำลังพัฒนาถูกทำลายก่อนคลอง ระหว่างคลอดหรือหลังคลอด
อาการ
-อัมพาตเกร็งของแขนขา หรือครึ่งซีก
-อัมพาตของลีลาการเคลื่อนไหวผิดปกติ
-อัมพาตสูญเสียการทรงตัว
-อัมพาตตึงแข็ง
กล้ามเนื้ออ่อนแรง Muscular Distrrophys
เกิดจากเส้นประสาทสมองที่ควบคุมกล้ามเนื้อส่วนต่างๆเสื่อมสลายตัว เดินไม่ได้ นั่งไม่ได้ จะมีความพิการซ้อนในระยะหลังความจำแย่ลง สติปัญญาเสื่อม                          
โรคทางระบบกระดูกกล้ามเนื้อ Orthopedic
ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการแต่กำเนิด เช่น เท้าปุก กระดูกข้อสะโพกเคลื่อน อัมพาตครึ่งท่อนเนื่องจากกระดูกไขสันหลังส่วนล่างไม่ติด ระบบกระดูกกล้ามเนื้อพิการด้วยโรคติดเชื้อ เช่น วัณโรค กระดูกหลังโกง กระดูกผุ ข้ออับเสบ
 โปลิโอ Poliomyelitis
มีอาการกล้ามเนื้อลีบเล็ก แต่ไม่มีผลกระทบต่อสติปัญญา ลักษณะยืนไม่ได้ หรืออาจปรับสภาพให้ยืนเดินได้ด้วยอุปกรณ์เสริม
โรคลมชัก Epilepsy
เป็นลักษณะอาการที่เกิดเนื่องมาจากความผิดปกติของระบบสมอง
-ลมบ้าหมู Grand Mall เมื่อเกิดอาการชักจะทำให้หมดสติ และหมดความรู้สึกในขณะชักกล้ามเนื้อเกร็งหรือแขนขากระตุน


2.ความบกพร่องทางสุขภาพ
เด็กที่พูดไม่ชัดออกเสียงพูดผิดเพี้ยน อวัยวะที่ใช้ในการพูดไม่สามารถเป็นไปตามลำดับขั้น การใช้อวัยวะเพื่อการพูดเป็นไป
1.ความผิดปกติด้านการออกเสียง
2.ความผิดปกติด้านจังหวะเวลาของการพูด เช่น พูดรัว การพูดติดอ่าง
3.ความผิดปกติด้านเสียง ระดับเสียง ความดัง
4.ความผิดปกติทางการพูดและภาษา